สาระของทนายชาวบ้าน.ฝึกหัด

บล็อกนี้...ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนการสอน รายวิชาอินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน เพื่อแลกเปลี่ยนสาระความรู้ระหว่างเพื่อนทั้งในและนอกห้องเรียน หากมีเนื้อหาสาระไม่ถูกต้องหรือผิดพลาดหรือกระทำการใดๆในทางที่ไม่ดี ทางผู้จัดทำบล็อกนี้ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ...

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สาระกฎหมายไทย เรื่อง การระงับคดีอาญา

             ๑. คดีอาญาเลิกกันโดยยินยอมเสียค่าปรับอย่างสูง  ในคดีอาญาซึ่งมีโทษเล็กน้อย  คือ   มีโทษปรับแต่เพียงสถานเดียว    เมื่อผู้กระทำผิดยินยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนศาลพิจารณาคดีนั้นก็เป็นอันเลิกกัน   ตัวอย่าง เช่น บริษัทดอกประดู่ จำกัด  ละเลยไม่ลงคำว่า "จำกัด" ไว้ท้ายชื่อบริษัท ในป้ายสำนักงาน    ซึ่งเป็นความผิดอาญา   ตาม  พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด  สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.๒๔๙๙ มาตรา ๕  ต้องระวางโทษปรับสถานเดียวไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท อย่างนี้เมื่อบริษัทดอกประดู่ จำกัด   ถูกเจ้าพนักงานดำเนินคดีก่อนที่จะนำคดีดังกล่าวขึ้นฟ้องต่อศาล  บริษัทยินยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูงคือ  ๒,๐๐๐ บาทแก่พนักงานเจ้าหน้าที่คดีอาญานั้นก็เป็นอันเลิกกัน
              ๒. คดีอาญาลหุโทษเลิกกันโดยการเปรียบเทียบ  ในคดีอาญาความผิดลหุโทษหรือความผิดอาญาที่มีอัตราโทษไม่สูงกว่าความผิดลหุโทษ  หรือคดีอื่นที่มีโทษปรับสถานเดียวอย่างสูง
ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือความผิดต่อกฎหมายภาษีอากร ซึ่งมีโทษปรับอย่างสูงไม่เกินกว่า๑๐,๐๐๐ บาท เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนทำการเปรียบเทียบแล้ว คดีก็เป็นอันเลิกกัน   ตัวอย่าง  นายแดง เสพสุราจนเมาแล้วประพฤติตนวุ่นวายครองสติไม่ได้ขณะอยู่ในสาธารณะสถานต่าง ๆ ย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๗๘ ซึ่งมีอัตราโทษปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท  ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษ  เมื่อนายแดงถูกจับส่งพนักงานสอบสวน และพนักงานสอบสวนได้ทำการเปรียบเทียบปรับนายแดงเป็นเงิน ๑๐๐ บาท มาชำระให้ตามที่พนักงานสอบสวนทำการเปรียบเทียบ คดีก็เป็นอันเลิกกัน
               ๓. คดีอาญาในความผิดอันยอมความได้ ระงับโดยการถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้องและยอมความ   สำหรับคดีอาญาความผิดอันยอมความได้สามารถระงับคดีได้ ดังนี้
                             (๑) โดยการถอนคำร้องทุกข์  เนื่องจากความผิดอาญาอันยอมความได้นั้น   เจ้าพนักงานจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ก็ต่อเมื่อผู้เสียหายได้ร้องทุกข์(แจ้งความ) ต่อเจ้าพนักงานเสียก่อน   และจะต้องร้องทุกข์ภายในกำหนดเวลา  ๓  เดือน  นับแต่วันที่รู้เรื่องการกระทำผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด  ฉะนั้นเมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์และต่อมาเจ้าพนักงานได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ไม่ว่าคดีจะอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน  พนักงานอัยการ  หรือศาล ผู้เสียหายก็มีสิทธิที่จะระงับหรือยกเลิกคดีด้วยวิธีถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ต่อพนักงานอัยการ หรือต่อศาลได้โดยแจ้งต่อเจ้าพนักงานดังกล่าวว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป
                               (๒) โดยการยอมความ สำหรับคดีอาญาอันยอมความได้นี้ เมื่อผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแล้ว    และไม่ว่าคดีดังกล่าวจะอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน  พนักงานอัยการ  หรือศาล หรือผู้เสียหายก็มีสิทธิที่จะระงับคดีหรือยกเลิกคดีโดยวิธียอมความได้อีกวิธีหนึ่งการยอมความในคดีอาญาดังกล่าวไม่มีแบบวิธีอย่างใด เพียงแต่แสดงหรือกระทำอาการใด ๆ ซึ่งทำให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว  ตัวอย่าง เช่น นายขาวยื่นฟ้องนายแดงต่อศาลว่า นายแดงออกเช็คโดยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และธนาคารได้ปฏิเสธไม่ยอมจ่ายเงินตามเช็คให้แก่นายขาว ในระหว่างที่ศาลกำลังกำลังสืบพยานอยู่ นายแดงและนายขาวได้ทำความตกลงต่อหน้าศาลว่า นายแดงจะชดใช้เงินตามเช็คให้นายขาว  นายขาวจึงไม่ติดใจดำเนินคดีกับนายแดงต่อไป  ก็ถือว่าเป็นการายอมความกันแล้ว  ซึ่งมีผลทำให้คดีดังกล่าวระงับไป
                                 (๓) โดยการถอนฟ้อง   คดีอาญาอันยอมความได้บางครั้งผู้เสียหายอาจจะไม่ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน  แต่ได้ยื่นฟ้องผู้กระทำความผิดต่อศาลด้วยตนเอง  ในกรณีนี้แม้คดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด  เช่น  กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ไม่ว่าในศาลชั้นต้น   ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา หากผู้เสียหายประสงค์จะระงับคดีหรือยกเลิกคดีก็สามารถทำได้โดยการถอนฟ้องได้ ซึ่งเมื่อถอนฟ้องไปแล้วก็จะนำคดีดังกล่าวมาฟ้องอีกไม่ได้  ตัวอย่าง  เช่น  นายดำถูกนายเขียวฉ้อโกงเงินจำนวน ๒,๐๐๐ บาท นายดำจึงได้ ยื่นฟ้องนายเขียวเป็นคดีอาญาในข้อหาฉ้อโกง ต่อมาศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกนายเขียว ๖ เดือน นายเขียว
อุทธรณ์ ขณะคดีกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์นายเขียวคืนเงินให้แก่นายดำ นายดำจึงถอนฟ้องคดีดังกล่าว ซึ่งก็มีผลทำให้คดีนี้เป็นอันระงับหรือยกเลิกไป นายเขียวไม่ต้องถูกจำคุก ๖ เดือน ตามที่ศาลชั้นต้นตัดสินต่อไป
              ๔. การถอนฟ้องในคดีความผิดอาญาแผ่นดิน สำหรับความผิดอาญาแผ่นดินนั้น เมื่อมีการกระทำผิดดังกล่าวเกิดขึ้น ก็ไม่สามารถที่จะระงับคดีหรือยกเลิกคดีโดยวิธีการเปรียบเทียบหรือถอนคำร้องทุกข์ หรือยอมความได้ ดังนั้นวิธีที่จะทำให้คดีระงับได้ก็เฉพาะวิธีถอนฟ้องเท่านั้น สำหรับความผิดอาญาแผ่นดิน ผู้มีอำนาจฟ้องร้องผู้กระทำผิดต่อศาล ได้แก่  ผู้เสียหาย  หรือผู้ที่กฎหมายกำหนดให้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้เสียหายพวกหนึ่ง  และพนักงานอัยการอีกพวกหนึ่ง ดังนั้น เมื่อผู้เสียหายหรือผู้ที่มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องผู้กระทำผิดต่อศาลแล้ว ขณะที่คดีนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ไม่ว่าจะเป็นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา  ถ้าคดียังไม่ถึงที่สุด ผู้เสียหายหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีก็สามารถยกเลิกคดีดังกล่าวโดยการถอนฟ้องได้  ซึ่งก็จะเป็นผลทำให้ผู้เสียหายหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้เสียหายนำคดีดังกล่าวมาฟ้องอีกไม่ได้  แต่อย่างไรก็ตามไม่ตัดสิทธิพนักงานอัยการที่จะนำคดีนั้นมาฟ้องอีก ตัวอย่าง  เช่น  นาย ก. ลักทรัพย์ของนาย ข. ไป นาย ข. จึงได้ยื่นฟ้อง นาย ก. ต่อศาลระหว่างที่ศาลกำลังพิจารณาคดีอยู่  นาย ข. ไม่ติดใจจะดำเนินคดีกับนาย ก. ต่อไป  นาย ข. ก็สามารถถอนฟ้องคดีดังกล่าวได้  ซึ่งเป็นผลทำให้คดีนี้ระงับไป  นาย ข. จะยื่นฟ้อง นาย ก. ในเรื่องนี้อีกไม่ได้แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากคดีลักทรัพย์เป็นคดีอาญาแผ่นดิน เมื่อนาย ก. ลักทรัพย์ของนาย ข. ดังกล่าวพนักงานสอบสวนก็มีอำนาจสอบสวนและจับกุมนาย ก. มาดำเนินคดีได้ แม้ นาย ข. เจ้าทรัพย์จะไม่ได้แจ้งความก็ตาม เมื่อสอบสวนเสร็จ พนักงานอัยการก็มีสิทธิยื่นฟ้องนาย ก. ต่อศาลในข้อหาลักทรัพย์ของนาย ข. อีกได้ แม้นาย ข. จะได้ถอนฟ้องนาย ก. ไปแล้วก็ตาม
                ๕. การดำเนินคดีอาญาจนถึงที่สุด     ในคดีอาญาทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นความผิด ลหุโทษ ความผิดอาญาอันยอมความได้ หรือความผิดอาญาแผ่นดิน  เมื่อไม่สามารถระงับคดีหรือเลิกคดีตามวิธีต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นจนในที่สุดได้มีการนำคดีขึ้นฟ้องร้องต่อศาล ดังนั้น  เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว และคดีดังกล่าวได้ถึงที่สุด ข้อพิพาทระหว่างผู้เสียหายและจำเลยดังกล่าวก็เป็นอันระงับไปผู้ใดจะนำคดีดังกล่าวมาฟ้องร้องหรือดำเนินคดีกับจำเลยคนเดียวกันกับที่ศาลพิพากษาแล้วอีกไม่ได้เพราะถือว่าบุคคลจะถูกฟ้องซ้ำในการกระทำผิดอันเป็นกรรมเดียวอีกไม่ได้
 ตัวอย่าง  เช่น  นาย ก. ลักทรัพย์ของ นาย ข. จึงถูกจับกุมมาดำเนินคดี พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนแล้วส่งสำนวนการสอบสวนมาให้พนักงานอัยการพิจารณา  พนักงานอัยการพิจารณาแล้วมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา และนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาล ในชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธ พนักงานอัยการจึงได้นำพยานหลักฐานเข้านำสืบต่อศาล ในที่สุดศาลพิพากษาลงโทษจำคุก นาย ก. มีกำหนด ๑ ปี  นาย ก. พอใจไม่ยื่นอุทธรณ์คดีถึงที่สุด ถือว่าคดีนี้เป็นอันระงับ  ผู้ใดจะนำคดีที่นาย ก. ลักทรัพย์นาย ข. มาฟ้องร้องอีกไม่ได้

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สาระกฎหมายไทย เรื่อง ประเภทของคดีอาญา


                   คดีอาญาแบ่งออกเป็นประเภท ๆ ดังต่อไปนี้
  (๑) คดีความผิดลหุโทษ                   
  (๒) คดีความผิดอาญาอันยอมความได้                                                                                  
  (๓) คดีความผิดอาญาแผ่นดิน
 
          คดีความผิดลหุโทษ   หมายถึง  ความผิดอาญาแผ่นดินที่มีโทษเล็กน้อย  ซึ่งกฎหมายได้กำหนดโทษไว้เพียงจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่น ทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะ , ยิงปืนในหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันสมควร , เสพย์สุราจนเมาประพฤติตนวุ่นวายในสาธารณะสถาน , หรือดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า เป็นต้น จะเห็นได้ว่าความผิดลหุโทษนั้นไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง แต่อย่างไรก็ตามความผิดลหุโทษนี้กฎหมายไม่ได้กำหนดให้เป็นความผิดอันยอมความได้ ดังนั้น แม้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ไม่ติดใจดำเนินคดีไป ก็ไม่ทำให้คดีระงับไปได้  แต่ความผิดลหุโทษนี้เจ้าพนักงานสามารถเปรียบเทียบปรับได้ เมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับตามที่ได้ทำการเปรียบเทียบแล้ว คดีก็เป็นอันระงับสิ้นไป

 
           ความผิดอาญาอันยอมความได้   หมายถึง  คดีอาญาประเภทซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเอกชนคนหนึ่งคนใดเป็นส่วนตัว    มิได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือสังคมเป็นและความผิดใดจะเป็นความผิดอาญาอันยอมความได้นั้น กฎหมายจะต้องระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ เช่น ความผิดฐานยักยอก   ฉ้อโกง   หมิ่นประมาท    ทำให้เสียทรัพย์อนาจาร   ข่มขืนกระทำชำเรา   ออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงิน   เป็นต้น   ความผิดอาญาอันยอมความได้นี้เจ้าพนักงานของรัฐจะดำเนินคดีได้ก็ต่อเมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์ (แจ้งความ) ต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมายเสียก่อน และต้องร้องทุกข์ภายในกำหนด ๓ เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด สำหรับคดีความผิดอันยอมความได้นี้  หากผู้เสียหายไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป ก็สามารถถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความได้  ซึ่งก็จะเป็นผลให้คดีดังกล่าวระงับไป


              ความผิดอาญาแผ่นดิน  หมายถึง คดีอาญาประเภทที่นอกจากจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายโดยตรงแล้ว  ยังก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐและสังคมโดยส่วนรวมอีกด้วยความผิดอาญานอกจากที่กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นความผิดอันยอมความได้แล้ว จะเป็นความผิดอาญาแผ่นดินทั้งสิ้น  เช่น  ความผิดฐานลักทรัพย์  วิ่งราวทรัพย์  ชิงทรัพย์  ปล้นทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย  ฆ่าคนอื่น วางเพลิงเผาทรัพย์  ขับรถประมาท  เป็นต้น ซึ่งความผิดอาญาแผ่นดินนี้  แม้ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ก็ไม่ทำให้คดีระงับ เจ้าพนักงานของรัฐก็สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไปได้คดีอาญาดังกล่าวสามารถระงับหรือเลิกกันได้

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สาระกฎหมายไทย เรื่อง โครงสร้างศาลยุติธรรม

โครงสร้างศาลยุติธรรม

ศาลชั้นต้น
เป็นศาลที่รับฟ้องในชั้นเริ่มต้นคดีไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่ง หรือคดีอาญา ประกอบด้วย
                              - ศาลแขวง
                              - ศาลจังหวัด
                              - ศาลแพ่ง
                              - ศาลแพ่งธนบุรี
                              - ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
                              - ศาลอาญา
                              - ศาลอาญาธนบุรี
                              - ศาลเยาวชนและครอบครัว
                              - ศาลแรงงานกลาง
                              - ศาลภาษีอากร
                              - ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
                              - ศาลล้มละลาย 
ศาลอุทธรณ์
                              - ศาลอุทธรณ์ ภาค ๑ - ภาค ๙
ศาลฎีกา

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เก็บตกกฎหมาย เรื่อง ขั้นตินการดำเนินคดีแพ่ง

ขั้นตอนการดำเนินคดีแพ่ง
การ ดำเนินคดีแพ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมีขั้นตอนกำหนดกฎเกณฑ์ ข้อยกเว้นระยะเวลาที่คู่ความจะต้องปฏิบัติค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งยากพอสมควรในการทำความเข้าใจ การปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย นั้นอาจเกิดความเสียหายแก่คดีได้ จึงจะขอกล่าวเฉพาะหลักเกณฑ์ทั่วไปที่ควรรู้เท่านั้น  (ตามที่ผมเรียนมาครับ)  แต่หากจะดำเนินคดีแล้วควรที่จะปรึกษานักกฎหมายหรือทนายความผู้รู้เพื่อความถูกต้องต่อไป

การฟ้องคดีตามกฎหมายมี 2 กรณี (ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55) คือ
     1. เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง
     2. บุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล เช่น ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก หรือร้องขอเลิกนิติบุคคล

ค่าธรรมเนียมศาล
     การ ดำเนินคดีแพ่งนั้นปกติคู่ความจะต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลเสมอ (เว้นแต่ศาลจะอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา) ค่าธรรมเนียมศาลซึ่งคู่ความจะต้องเสีย เช่น ค่าขั้นศาล ค่าคำร้อง ค่าแต่งทนาย ค่าอ้างเอกสาร เป็นต้น

ค่าขึ้นศาล (เสียในเวลายื่นคำฟ้อง)

คดีมีทุนทรัพย์
     หมายถึง คดีที่คำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์นั้น อาจคำนวณเป็นเงินได้  ได้แก่ คดีที่โจทก์เรียกร้องหรือขอเอาสิ่งใด ที่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งยังมิได้เป็นของตนเอง จากผู้อื่น เช่น คดีกู้ยืม, เช็ค, ซื้อขาย, ฯลฯ จะต้องเสียค่าขึ้นศาลตามอัตรา 2.50 บาท ทุกหนึ่งร้อยบาท แต่ไม่เกิน 200,000 บาท เศษของหนึ่งร้อยบาทถึงห้าสิบบาทให้นับ เป็นหนึ่งร้อยบาท ถ้าต่ำกว่าห้าสิบบางให้ปัดทิ้ง

คดีไม่มีทุนทรัพย์
     หมาย ถึง คดีที่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยให้กระทำการหรือละเว้นกระทำการอย่างใดอย่าง หนึ่งเพื่อประโยชน์ของโจทก์ โดยโจทก์ไม่ได้กล่าวอ้างหรือ เรียกร้องเป็นจำนวนเงินหรือทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่ง คดีที่มีคำขอให้ ปลดเปลื้องทุกข์  อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาได้รวมทั้งคดีไม่มีข้อพิพาทต่าง ๆ เช่น คดีขอศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก คดีฟ้องขอให้เลิก ห้างหุ้นส่วนจำกัดและชำระบัญชี คดีฟ้องขับไล่ (หากจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ว่าเป็นของจำเลย จะกลาย เป็น คดีมีทุนทรัพย์โจทก์ตองเสียค่าขึ้นศาลตามคำนวณทุนทรัพย์พิพาท) สำหรับคดีไม่มีทุนทรัพย์นั้นเสียค่าขึ้นศาลเรื่องละ 200 บาท

การคืนค่าขึ้นศาล
     “ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการคืนค่าขึ้นศาล พ.ศ. ๒๕๕๓”
สำหรับ ศาลชั้นต้นเมื่อมีการถอนคำฟ้อง หรือเมื่อคดีได้เสร็จเด็ดขาดลงโดยสัญญาหรือการประนีประนอมยอมความหรือการ พิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๑ วรรคสอง การคืนค่าขึ้นศาลให้เป็นไปดังต่อไปนี้
ก. ก่อนสืบพยาน ให้คืนค่าขึ้นศาลไม่เกิน ๓ ใน ๔ ส่วน แต่มิให้เหลือน้อยกว่า ๒๐๐ บาท
ข. เมื่อมีการสืบพยานไปบ้างแล้ว ให้คืนค่าขึ้นศาลไม่เกินกึ่งหนึ่ง แต่มิให้เหลือน้อยกว่า ๒๐๐ บาท
ค. การ คืนค่าขึ้นศาลเป็นกรณีพิเศษ ให้คืนค่าขึ้นศาลไม่เกิน ๗ ใน ๘ ส่วนแต่มิให้เหลือน้อยกว่า ๒๐๐ บาทการคืนค่าขึ้นศาลทั้งสามกรณีให้ศาลพิเคราะห์ถึงการพิจารณาที่ได้กระทำไป
แล้วประกอบด้วย
 เว้นแต่ ศาลจะเห็นสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น สำหรับศาลชั้นต้นเมื่อมีการทิ้งฟ้องหรือศาลสั่งจำหน่ายคดีในกรณีอื่นตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๑ วรรคสาม การคืนค่าขึ้นศาลให้เป็นไปดังต่อไปนี้
ก. ก่อนสืบพยาน ให้คืนค่าขึ้นศาลไม่เกินกึ่งหนึ่ง แต่มิให้เหลือน้อยกว่า ๒๐๐ บาท
ข. เมื่อมีการสืบพยานไปบ้างแล้ว ให้คืนค่าขึ้นศาล ๑ ใน ๔ แต่มิให้เหลือ
น้อยกว่า ๒๐๐ บาท
การคืนค่าขึ้นศาลทั้งสองกรณีให้ศาลพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ในการดำเนินคดีของโจทก์ประกอบด้วย
            (โปรดศึกษาอีกทีน่ะครับ...เพราะในแต่ละคดีก็จะเสียมากน้อยแตกต่างกันไปตามอัตราที่กำหนดไว้ในตางราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง)

การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง
     เมื่อ โจทก์ได้มีการยื่นฟ้องแล้ว โจทก์ต้องส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย ภูมิลำเนา หรือสำนักทำการงานของจำเลย เพื่อให้จำเลยให้การแก้คดี โดยโจทก์ต้องนำเจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกแก่จำเลยภายใน 7 วัน นับแต่วันยื่นคำฟ้อง และโจทก์ต้องจ่ายค่าพาหนะและค่าป่วยการให้แก่เจ้าพนักงานศาล หากไม่สามารถส่งให้ตัวจำเลยได้ ศาลอาจสั่งให้ (1) ปิดหมายเรียกไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลยหรือ (2) อาจลงโฆษณา โดย วิธีอื่นใดตามที่ศาลเห็นสมควร ซึ่งทางปฏิบัติศาลจะให้ส่งโดยประกาศหนังสือพิมพ์ กรณีข้อ (1), (2) นั้น กฎหมายให้มีผลใช้ได้เมื่อกำหนดระยะเวลา 15 วัน ได้ลงพ้นไปแล้วนับแต่วันปิดหมายหรือประกาศโฆษณา

การยื่นคำให้การ
เมื่อ ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยแล้ว จำเลยต้องทำคำให้การเป็นหนังสือยื่นต่อศาลภายใน 15 วัน หรือในกรณีคดีไม่มีข้อยุ่งยาก จำเลยต้องทำคำให้การ เป็นหนังสือยื่นต่อศาลก่อนหรือในวันนัดพิจารณา
     - กรณีปิดหมาย, ประกาศหนังสือพิมพ์ ให้มีผลเมื่อพ้น 15 วัน และจำเลยต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วัน รวมเป็น 30 วัน
     - หากจำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด ในคดีมโนสาเร่หรือคดีไม่มีข้อยุ่งยากศาลจะมีคำสั่งว่า "จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ" โดยโจทก์ไม่ต้องขอ ส่วนคดีแพ่งทั่วไป การขาดนัดยื่นคำให้การเป็นไปโดยผลของกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งของศาลอีก

การชี้สองสถาน
     ในคดีที่ไม่มีประเด็นข้อพิพาทยุ่งยาก ศาลจะทำการชี้สองสถานเพื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาทที่จะวินิจฉัยกันต่อไป

การสืบพยาน
เมื่อ โจทก์ได้ฟ้องและจำเลยได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีหรือกรณีที่จำเลยขาดนัดยื่นคำ ให้การแล้ว ศาลจะนับสืบพยาน โจทก์หรือจำเลยแล้วแต่กรณี การสืบพยานนี้คู่ความ จะนำพยานบุคคลเข้าสาบานตัวและเบิกความต่อศาล และในระหว่างการสืบพยานคู่ความสามารถอ้างเอกสารประกอบการซักถามหรือถามค้าน ได้ เมื่อการสืบพยานของคู่ความทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้นแล้ว ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาต่อไป

การบังคับคดี
     คู่ ความฝ่ายที่ชนะคดีตามคำพิพากษาสามารถดำเนินการบังคับคดีเพื่อให้มีการ ปฏิบัติไปตามคำพิพากษาได้ หากคู่ความฝ่ายที่แพ้คดีไม่ยอมปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ใน คำพิพากษา โดยอาจยึด อายัดทรัพย์ของลูกหนี้ของลูกหนี้ตามคำพิพากษามาขายทอดตลาดหรือจับกุม คุมขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ในกรณีไม่ยอมกระทำการตามที่กำหนดไว้ในคำ พิพากษา

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เก็บตกกฎหมาย เรื่อง หลักเกณฑ์ ของ "ฟ้องซ้ำ" ในคดีอาญา

หลักเกณฑ์ ของ "ฟ้องซ้ำ" ในคดีอาญา

          ๑.จำเลยในคดีก่อนและจำเลยในคดีหลัง ต้องเป็นบุคคลคนเดียวกัน
          ๒.ข้อกล่าวหาในคดีก่อนและคดีหลังมาจาก เหตุอันเดียวกัน
          ๓.ศาลในคดีใดคดีหนึ่ง มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว
          ๔.คดีก่อนจะต้องมีการฟ้องร้องและดำเนินคดีแก่จำเลยอย่างแท้จริง

          กรณีที่จะถือว่าเป็น "ฟ้องซ้ำ" ต้องห้ามตามมาตรา ๓๔ (๔) (ป.วิ.อาญา) นั้นจะต้องเข้าเกณฑ์ทั้ง ๔ ประการ ดังที่กล่าวมาข้างต้นครบถ้วน หากขาดหลักเกณฑ์แม้ข้อหนึ่งข้อใด ย่อมถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง ตามมาตรา ๓๔ (๔) (ป.วิ.อาญา) อันจะทำให้สิทธินำคดีอาญาฟ้องระงับไปและฟ้องโจทก์ในคดีหลังย่อมไม่เป็นฟ้องซ้ำแต่อย่างใด